ฝนหลวงจ่อขึ้นทำฝนเทียม ลดฝุ่นละออง แต่อากาศไม่เอื้อ

ศูนย์ฝนหลวง เตรียมพร้อมสารขึ้นทำฝนเทียม ลดปัญหาฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ วันนี้ แต่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

ที่ศูนย์ปฏิบัติกรฝนหลวงภาคตะวันออก สนามบินอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งตั้งเป็นหน่วยปฏิการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยอง นายประสพ พรหมมา ผอ.ฝนหลวงภาคตะวันออก ได้เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องบินและสาร เพื่อเข้าปฏิบัติการฝนหลวงให้เกิดฝนตกชะล้างฝุนละอองขนาดเล็กและฝุ่นละอองที่เคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพมหานคร
ในพื้นที่ต้นลมของภาคตะวันออก เช่น มาบตาพุด ระยอง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปราจีน นครนายก เพื่อจะลดปัญหาเรื่องของการเคลื่อนตัวของฝุ่นละอองที่เข้าไปสะสม ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการณ์ ตั้งแต่ช่วงเช้า

กระทั่งจะขึ้นบินในช่วงบ่ายของวันนี้ แต่ปรากฏว่าสภาพอากาศไม่เอื้อทำให้ต้องยกเลิกการทำฝนหลวง ต้องรอดูสภาพอากาศอีกครั้งว่าจะสามารถขึ้นได้เมื่อใด อย่างไรก็ตามศูนย์ฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว ยังจะเฝ้าติดตามดูสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อขึ้นทำฝนหลวงในการลดปริมาณฝุ่นละอองต่อไป

กฟผ.ชี้ปัญหาฝุ่นละออง กทม. เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน

กฟผ. ยืนยัน ปัญหาฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เกิดจากอากาศแปรปรวน ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า

ว่าที่พันตรีอนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง หรือพีเอ็ม 2.5 ไมครอน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงนี้นั้น เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน ไม่ได้เกิดจากการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าของ กฟผ. แต่อย่างใด โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง

เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินงานภายใต้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายกำหนดทุกด้าน ซึ่ง กฟผ. ได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งบริเวณปากปล่องโรงไฟฟ้าและการตรวดวัดในบรรยากาศ โดยบริเวณปากปล่องโรงไฟฟ้ามีการตรวจวัดฝุ่นละออง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน โลหะหนัก สารปรอท แคดเมียม สารหนู และสารตะกั่ว

สำหรับการตรวจวัดในบรรยากาศ มีการตรวจวัดฝุ่นละอองรวม ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ฝุ่นละอองขนาดขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และตรวจวัดก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งผลการตรวจวัดมีค่าดีกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดทุกพื้นที่และทุกครั้งที่ทำการตรวจวัด

พร้อมทั้งย้ำว่า กฟผ. ยังมุ่งมั่นในการผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทยควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้มีความอยู่ดีกินดีอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป